สร้อยแสงจันทร์
240.00 บาท
ติดต่อสอบถาม

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สว่างนวล ศิลาแลงสะท้อนแสงสว่างเรืองราวกับฉาบด้วยกลีบกุหลาบ ปรางค์ประธานดูตระหง่านอยู่ตรงกลาง บนยอดปรางค์มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมอยู่

ที่ห้องโถงกลางของปรางค์ประธาน มีเทวรูปศิลาขนาดความสูงเท่ามนุษย์ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางของห้อง บนพระอุระของเทวรูปนั้น มีงูที่สลักมาจากศิลาพาดพันเป็นสังวาล ตาของงูฝังอัญมณีบางอย่างเอาไว้ แต่น่าแปลกที่มีเพียงข้างเดียว

มุกดาดวงนั้นสว่างนวล เรืองแสงปานรัศมีจันทร์ ไม่มีหมอง ไม่มีหม่น มานับร้อยนับพันปี...พูดต่อกันมาว่า เมื่อใดที่มุกดาหม่นแสง บ้านเมืองจะยากเข็ญ ข้าวยากหมากแพง...ผู้คนจะล้มตายเป็นเบือ

เพราะเหตุนี้...พวกเขาจึงเรียกสร้อยงูนี้ว่า... สร้อยแสงจันทร์



:: คำนำนักเขียน

แม้เป็นเพียงนวนิยายขนาดสั้น หากสร้อยแสงจันทร์เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลายอย่างในชีวิตการเป็นนักเขียนของ ‘พงศกร’

สร้อยแสงจันทร์ทำให้ผู้อ่านรู้จัก ‘พงศกร’ มากขึ้น เพราะหลังจากลงตีพิมพ์จบในนิตยสารสกุลไทย สร้อยแสงจันทร์ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์อย่างรวดเร็ว

หากจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดคือ สร้อยแสงจันทร์เป็นตัวกำหนดทิศทางการทำงานของ ‘พงศกร’ ให้ชัดเจนขึ้น นั่นคือแนวการเขียนนวนิยายที่มีการผสมผสานเรื่องราวลึกลับเหนือจริง ประกอบกับตำนานความเชื่อ และคติชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

แม้เวลาจะผ่านมานับสิบปี แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปวันแรกที่เริ่มลงมือเขียนสร้อยแสงจันทร์นั้น ผมมีความมุ่งมั่นอยากชวนให้ผู้อ่านลองหันกลับมามองการท่องเที่ยวโบราณสถานของบ้านเรากันเสียใหม่ หลายครั้งการถ่ายภาพโบราณสถานที่สวยงามและนำออกเผยแพร่กลับกลายเป็นดาบสองคมไปในที่สุด เมื่อนักสะสมวัตถุโบราณเห็นภาพที่สวยงามเหล่านั้นแล้วเกิดกิเลสอยากได้ไว้ในครอบครองของตน ส่งผลให้โบราณสถานทั้งหลายถูกโจรกรรมเอาวัตถุโบราณไปมากมาย หากยังจำกันได้  มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรามากมายหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปหลวงพ่อศิลา ที่สุโขทัย, ศิราภรณ์ของพระมหากษัตริย์ยุคอยุธยาตอนต้นในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ที่จู่ๆก็ไปปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ จนกระทั่งถึงทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง

การอนุรักษ์โบราณสถาน ไม่ใช่หน้าที่ของราชการเท่านั้น หากเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนในชาติ ที่จะช่วยกันดูแลและสอดส่อง เพราะโบราณสถานทั้งหลายล้วนเป็นประจักษ์พยานของความรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีต ให้คนไทยภาคภูมิใจว่าเราเป็นชนชาติที่มีรากเหง้า มีวัฒนธรรม หาใช่ประเทศที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา และโหยหาวัฒนธรรมจนต้องปล้นชิงเอาวัตถุโบราณจากบ้านอื่นเมืองอื่น ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ของตัว

หากท่านอ่านสร้อยแสงจันทร์จบแล้วรู้สึกเช่นเดียวกับผม นั่นหมายความว่า ‘สร้อยแสงจันทร์’ ได้ทำหน้าที่ของตนเองโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าหากท่านอ่านแล้วไม่เกิดความรู้สึกใดๆเลย อย่างน้อย ‘พงศกร’ ก็หวังว่า ‘สร้อยแสงจันทร์’ คงสร้างความสุขให้กับท่านบ้างไม่มากก็น้อย

 

:: คำนำสำนักพิมพ์

หลายท่านคงเคยได้ยินชื่อ ‘สร้อยแสงจันทร์’ จากการที่บทประพันธ์เรื่องนี้ได้รับการสร้างเป็นละครโทรทัศน์เมื่อหลายปีก่อน และอาจคิดว่า... เคยดูละครแล้ว ไม่จำเป็นต้องอ่านนวนิยายหรอก 

น่าเสียดาย...สำหรับใครที่คิดแบบนั้นนะครับ เพราะสร้อยแสงจันทร์ฉบับหนังสือมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ละครโทรทัศน์ไม่ได้กล่าวถึง และเหนืออื่นใด การอ่านแล้วจินตนาการด้วยตัวเอง ได้อรรถรสกว่าตั้งเยอะ จริงไหมครับ

นอกจากนั้นก็อาจมีบางท่านที่เพิ่งเริ่มติดตามผลงานของ ‘พงศกร’ แต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน เพราะหาซื้อนวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ เนื่องจากขาดตลาด หนังสือหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว

สำนักพิมพ์ กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง ในเครือบริษัท กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง จำกัด จึงคิดว่า... ถึงเวลาแล้วที่จะนำนวนิยายสนุกๆ เรื่องนี้กลับมาพิมพ์อีกครั้ง เพื่อให้ทุกท่านที่เคย ‘พลาด’ ได้มีโอกาสอ่านกันครับ