ลิขิตชีวิต
480.00 บาท
ติดต่อสอบถาม


เมื่อคนไข้ที่ควรจะหายขาดและกลับบ้านได้ กลับทยอยกันเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุผล

พัทธยา-ศัลยแพทย์หนุ่มหล่อจึงจำเป็นต้องค้นหาถึงสาเหตุเหล่านั้น

หากทว่ายิ่งสืบค้นใกล้ความจริงมากเพียงไร เขาก็ยิ่งตื่นตระหนกเมื่อพบว่าสิ่งที่เกดขึ้นกับคนไข้เหล่านั้นคือการการุณยฆาต

ฆ่าด้วยความปราณีเพื่อให้คนไข้พ้นไปจากความทุกข์ทรมาน !

 

เมื่อความตายและฆาตกรวนเวียนอยู่ไม่ไกล จึงเป็นหน้าที่ของชายหนุ่มที่จะหยุดยั้งมันเอาไว้ให้ได้ ก่อนที่ความตายนั้นจะมาถึง 'พลอยโกเมน' ... หญิงสาวที่เขารักจนสุดหัวใจ

 

 

ส่วนหนึ่งจากลิขิตชีวิต

เด็กชายแนบหน้าเข้ากับบานประตู แอบมองดูร่างผอมบางของผู้เป็นมารดาที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนป่วย โต๊ะวางของที่หัวเตียงมีแจกันปักกุหลาบสีขาวก้านยาวดอกโต ที่แม่แวะซื้อมาจากปากคลองตลาด

 

เสียงครืดคราดที่ผ่านออกมาจากลำคอที่ถูกเจาะใส่ท่อเหล็กนั้นยังคงดังเป็นจังหวะ หากเสียงลมหายใจของพ่อ ไม่ดังพอจะกลบเสียงอ่อนระโหยของแม่

 

 “คุณสันต์คะ...ฉันตัดสินใจแล้วนะ...”

 

เขาเห็นดวงตาของพ่อที่จ้องมองแม่เบิกกว้าง อย่างที่ชอบทำเวลาเกิดความสงสัย

 

“ฉันรักคุณสันต์มาก รักจนทนเห็นคุณเจ็บปวดไม่ไหวอีกแล้ว วารีไม่อยากให้คุณสันต์ต้องเจ็บปวดทรมานอย่างนี้อีก...คุณสันต์เข้าใจใช่ไหมคะ...”

 

เด็กชายยังไม่เข้าใจ...ทำไมมารดาของเขาจะต้องเอื้อมมือไปหยิบหมอนใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาถือเอาไว้ในมือด้วยนะ...

 

 “ฉันรักคุณนะคะ...ฉันอยากให้คุณมีความสุข...”

 

ราวกับจะได้คำตอบที่ต้องการ...ดวงตาของพ่อที่เหลือบมองแม่จึงเหลือกลานไม่เคลือบแคลงสงสัยเหมือนเมื่อครู่นี้อีกต่อไป

 

พ่อของเขาพยายามส่ายหน้าเหมือนไม่เห็นด้วย หากเด็กชายรู้ดีว่าแม่ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว...

 

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเห็นแม่ยกหมอนใบใหญ่ในมือขึ้นสูง ก่อนจะกดลงไปบนใบหน้าและลำคอของพ่อด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

 

เสียงของแม่เจือสะอื้น เมื่อบอกกับพ่อด้วยท่าทางแสนอ่อนโยนว่า

 

“คุณสันต์คะ...โปรดเข้าใจและยกโทษให้ฉันด้วย...วารีรักคุณเสมอ...วารีอยากให้คุณสบาย ไม่เจ็บไม่ปวดอีกต่อไป...”

 

 เพราะผู้เป็นมารดาหันหลังให้ เด็กชายจึงไม่เห็นดวงหน้าว่าแม่กำลังรู้สึกเช่นไรแต่ตัวของเขานั้นมีแต่ความตื่นตระหนก เมื่อเห็นร่างที่เคยสูงใหญ่ของพ่อพยายามดิ้นรน ก่อนจะสั่นและกระตุกอย่างรุนแรง

 

มือของพ่อป่ายเปะปะ ปัดเอาแจกันแก้วตกลงมาแตกกระจาย กลับอ่อนบางของดอกกุหลาบสีขาวแหว่งวิ่น

 

 “อันความกรุณาปราณี...จะมีใครบังคับก็หาไม่” ขณะที่แขนสองข้างที่กดหมอนลงบนใบหน้าและลำคอของพ่อเกร็งแน่น แม่ก็สะอื้นไห้และร้องเพลงประจำวิชาชีพของแม่ไปพร้อมกัน

 

 “หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ...จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน...”

 

มือที่พิกลพิการของสัตว์ประหลาดบนเตียงคนไข้ ยังคงเอื้อมสะเปะสะปะเหมือนจะไขว่คว้าอะไรบางอย่าง เสียงลมหายใจครืดคราดสะดุดเป็นห้วง ก่อนจะหยุดนิ่งในท้ายที่สุด เด็กชายยกมือขึ้นอุดปากของตัวเองจนแน่น พยายามบังคับไม่ให้ร้องไห้โฮออกมา เพราะไม่อยากให้แม่รู้ว่าเขาแอบอยู่ตรงนั้น

 

เสียงลมหายใจดังน่าหวาดกลัวนั้นหยุดลงแล้ว...

 

ท่ามกลางราตรีที่เงียบสงัด เหลือแต่เพียงเสียงร่ำไห้ด้วยหัวใจที่แตกสลายของผู้เป็นมารดาของเด็กชาย

 

เสียงสะอื้นนั้นสะท้อนก้องกลับไปกลับมา ราวไม่มีวันจะสิ้นสุด...