เกือบเผลอใจไปรักโคลน
220.00 บาท
ติดต่อสอบถาม






ผู้ชายที่ฉันกำลังมองเขาอยู่ในบัดนั้น เป็นชายร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง ดวงตาเป็นประกายแจ่มใสเหมือนจะมองแล้วรับเอาทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไว้ในประสบการณ์

เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ในท่าสบาย ท่าทางเหมือนเดินออกมาจากภาพยนตร์สมัยฮัมฟรีย์ โบการ์ต เขาไม่ใช่คนหนุ่ม อาจจะเรียกว่าอยู่ในวัยกลางคน อายุประมาณห้าสิบกว่า ๆ ท่วงท่าอันสงบเยือกเย็นบอกให้ฉันเดาว่าถ้าไม่ใช่คนอังกฤษก็ต้องเป็นคนเยอรมัน ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ชาวฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งปารีเซียงอย่างแน่นอน

ในบัดนั้น ฉันก็มองเห็นหนังสือพิมพ์ที่พับวางอยู่บนโต๊ะเฮรัลด์ ทรีบูน...

บอกเหตุผลกับตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงสนใจเขา จนแทบจะถอนสายตาไปจากเขาเสียมิได้ ทั้งๆ ที่หนุ่มหล่อชาวปารีเซียงเดินเฉียดกรายมาใกล้ตลอดเวลา เขาเป็นชายรูปหล่อก็จริง แต่ก็ไม่ได้วิเศษเลิศเลออะไรนัก ฉันเคยพบหนุ่มหล่อกว่านี้ตั้งหลายคนมาแล้วนี่นา...

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขามีบางสิ่งบางอย่างที่ประทับใจ เขากำลังคลี่หนังสือพิมพ์ออกอ่าน ด้วยมาดที่เซ็กซี่เหลือประมาณ

เขาแต่งตัวง่าย ๆ ด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายอ๊อกซฟอร์ดสีฟ้า ไม่ผูกเนกไท สวมกางเกงสีกากี สวมรองเท้าผ้าใบคล้ายๆ ของฉัน ขณะที่เขายกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างละเลียด ฉันก็บอกได้ทันทีว่าเขาเป็นคนอเมริกันเหมือนกับฉันนั่นเอง

มันน่าอ่อนใจไหมล่ะ เดินทางข้ามมหาสมุทรมาไกลถึงปารีส เพียงเพื่อจะถูกตาต้องใจชายจากดัลลัสหรือชิคาโก…ช่างเป็นชาตินิยมเสียจริงๆ หนอ!

ในบัดนั้นเองเขาก็มองมาที่ฉัน ดวงตาของเราสบกันอย่างจังอยู่ชั่วอึดใจ ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายหลบโดยเสกลับไปอ่านหนังสือพิมพ์เสียเฉยๆ ท่าทางเหมือนจะบอกว่าเขามองฉัน แต่ไม่ได้ ’เห็น’ฉันเลย บางทีเขาอาจจะคำนึงถึงหญิงสาวปารีเซียงที่มองคล้ายๆ บริจิตต์ บาร์โดต์ หรือแคทเธอรีน
เดอเนิฟ มากกว่า

ก็ฉันจะหวังอะไรจากเขาล่ะ...หวังจะให้เขาลุกพรวดพราดมาคุกเข่าตรงหน้าแล้ววิงวอน ขอดินเนอร์ด้วยในค่ำคืนนี้เช่นนั้นหรือ...

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก...แต่ทำไมเขาถึงไม่ลุกขึ้นมาพูด “ฮัลโหล สวัสดีครับ คุณมาจากสหรัฐฯ เหมือนกันใช่ไหม...” หรืออะไรทำนองนั้น

แล้วเขาก็เลี้ยงไวน์ฉันสักแก้ว...เรานั่งร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกัน สานต่อด้วยดินเนอร์ในคืนเดียวกันนี้หรือคืนถัดไป...

ไม่หรอก...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในนวนิยายเท่านั้น ไม่มีวันเกิดในชีวิตจริง ผู้ชายในชีวิตจริงมีแค่มองหน้าเราแล้วผ่านเลยไป ในวัยนี้ใครๆ ก็แต่งงานแล้วทั้งนั้น... ในทันใดนั้นฉันก็นึกขึ้นมาได้ เขาคนนั้นคงจะอยู่ที่กรีนิช หรือไม่ก็ลองไอส์แลนด์ มีอาชีพซื้อขายหุ้นหรือไม่ก็เป็นนักกฎหมาย... หรืออาจจะเป็นโปรเฟสเซอร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด แต่ใครจะไปรู้ ถ้าอดีตของเขาคือผู้ร้ายข่มขืนเด็กหรือคนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือชายน่าเบื่อที่ชอบคุยโอ่ถึงความเก่งกล้าสามารถของตัวเองในเรื่องต่าง ๆ หรือชอบเอาภรรยาเก่ามานินทาว่าร้าย หรืออาจจะคุยเรื่องคอนเสิร์ตที่เขาปลื้ม เช่น วงโรลลิ่งสโตน หรือเกรตฟูลเดด ที่ฉันเกลียดทั้งสองวง...

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ เขาต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้วอย่างแน่นอน... เขาต้องเป็นศิษย์เก่าเยลหรือฮาร์เวิร์ดอย่างแน่นอน....ที่สำคัญก็คือเขาอาจจะทำลายหัวใจของฉันอย่างยับเยิน แล้วเดินออกไปจากชีวิตของฉันเหมือนโรเจอร์ก็ได้

แต่เขาก็ดูเซ็กซี่เหลือเกิน!

ฉันสั่งของหวานและกาแฟเอสเปรสโซ ซึ่งรู้ดีว่าจะทำให้ฉันนัยน์ตาค้างตลอดคืน แต่ในปารีส ใครเล่าจะนอนแต่หัวค่ำ...

หลังจากกินขนมและดื่มกาแฟถ้วยจิ๋วแก่คลั่กอย่างอ้อยอิ่งจนจบกระบวนการแล้ว ฉันก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินเฉียดเขาไปอย่างช้าๆ นัยน์ตาเราสบกันอีกแวบหนึ่ง ฉันรู้แน่ว่าเราจะไม่มีวันได้พบกันอีกในชาตินี้ ฉันพยายามทำใจว่าไม่แคร์ เวลาที่ผ่านมาสองปีสอนว่า ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกมีค่าควรแก่การสนใจจริงจังอีกต่อไป

ฉันเดินกลับที่พักโดยเลือกใช้ถนนสายใหม่ แวะชมสินค้าสวยๆ ตามตู้โชว์อย่างสบายใจ จนกระทั่งถึงมุมเลี้ยว ฉันจึงรู้สึกว่ามีคนเดินตามมาใกล้ๆ...

ก็เขานั่นเอง…พระเอกในกางเกงสีกากีและเสื้อผ้าฝ้ายสีฟ้า!

ฉันหยุดนิ่ง ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาเดินผ่านหน้าเลยไปโดยไม่ได้ยิ้มทักหรือแม้แต่ปรายตามอง แต่เขาก็เดินไปตามทิศทางเดียวกับฉัน เขารู้ได้ยังไงว่าฉันพักอยู่ที่โรงแรมนั้น ดูสิ...เขาเลี้ยวเข้าไปในประตูทางเข้าแล้วล่ะ บางทีเขาอาจจะไปนั่งรอฉันที่ห้องล็อบบีก็ได้...

แต่พอฉันก้าวเข้าไปข้างในก็เห็นเขายืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ เสมียนส่งกุญแจให้เขา...

คราวนี้เขาหันมายิ้มอย่างสุภาพ และพูดจาทักทายด้วยน้ำเสียงน่าฟัง ฉันทำอะไรไม่ถูก นอกจากนิ่งมอง เขา...ช่างหล่อเหลาถูกตาถูกใจเสียจริงๆ พ่อเจ้าประคุณ...โดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันมองปราดไปที่มือข้างซ้ายของเขาทันที ไม่มีแหวนแต่งงาน....แต่ก็ไว้ใจไม่ได้หรอก พ่อพวก ’สิงโต’ เจนสนามเหล่านี้ สามารถถอดแหวนแต่งงานซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงได้ในทันทีที่สบตาผู้หญิงแปลกหน้าที่น่าสนใจ...

เขาพูดอะไรอีกประโยคหนึ่ง คราวนี้ได้ยินชัดเจน

“เป็นคืนที่สวยงามนะครับ” ตอนนั้นเรายืนอยู่หน้าลิฟต์กำลังรอให้มันเปิดประตูรับ สำเนียงของเขาเป็นอเมริกันอย่างแน่นอน

“ค่ะ...” ฉันเค้นเสียงแจ่มใสออกมาจนได้ “ปารีสเป็นนครที่มีเสน่ห์จริงๆ...”

ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยด้วยปริญญาเกียรตินิยม!

ประตูลิฟต์เปิด เขาเบี่ยงตัวให้ฉันก้าวเข้าไปก่อน

“มาเที่ยวหรือธุระครับ...” เขาถามอีก

ว้าย...ตายแล้ว เขาหาเรื่องชวนคุย...แล้วจากนี้อะไร? 

“มาพบกับลูกๆค่ะ...” ฉันตอบโดยไม่ทันคิด “กำหนดจะมาถึงในอีกสองสามวัน ฉันก็เลยฆ่าเวลาด้วยการชอปปิงไปเรื่อยๆ...”

เขายิ้ม...ฟันสวยเป็นบ้า...ยิ้มสวยเป็นบ้า!

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองลดอายุลงไปเท่าๆ กับชาร์ล็อตต์ ผิดกันก็ตรงที่ฉันไม่เคยนึกอยากเจาะปลายจมูกใส่ห่วง!

“เป็นนครที่น่าหลงใหลจริงๆ...” เขาพูดอย่างคล้อยตาม ขณะนั้นเราอยู่กันเพียงลำพังในลิฟต์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกรงนก ฉันกดเรียกชั้น 2 แต่เขาไม่เรียกอะไรเลย บางทีเขาอาจจะคิดตามฉันไปจนถึงห้องพักแล้วจัดการ ‘เขมือบ’ ฉันเสียเลย...

จะเป็นไรไปล่ะ...ฉันสวมชุดชั้นในสีฟ้า เข้ากันกับสีเสื้อเชิ้ตของเขาพอดี เห็นเข้าขี้คร้านในนัยน์ตาลุก!