แรงบันดาลใจที่เป็นต้นกำเนิดของนวนิยายเรื่อง #เกลียวกระซิบ โดย พงศกร

17 มกราคม 2564

เกลียวกระซิบ เป็นนวนิยายที่ผมชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ชอบในหลายๆสิ่งที่ประกอบกับขึ้นมาเป็นนวนิยายเรื่องนี้ และหนึ่งในความชอบนั้นก็มาปรากฏอยู่บนหน้าปก

พระมหาเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ ที่รายล้อมด้วยกำแพงคลื่นน้ำ 

ซึ่งบอกเลยว่านี่เป็นหนึ่งในปกนวนิยายของตัวเองที่ผมชอบมากที่สุด

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมปกต้องเป็นเจดีย์สีขาวองค์นี้ คนที่อ่านเกลียวกระซิบแล้ว คงรู้ว่าทำไม

และที่มาว่าทำไม เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนตอนผมได้ไปสะกายครั้งแรกและมีโอกาสได้ไปกราบพระเจดีย์ซินพิวเม หรือถ้าจะออกเสียงแบบไทยๆ อย่างราชาธิราช ก็ต้องออกเสียงว่า 'สินพยุเหม่' หรืออะไรทำนองนั้น

โมเม้นต์แรกที่ผมได้เห็นพระเจดีย์แห่งนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ ว้าว...

ว้าวด้วยความยิ่งใหญ่ 

ว้าวด้วยความงดงาม

ทำไมถึงสวยงามได้ขนาดนี้ 

ยิ่งเห็นกำแพงรูปคลื่นน้ำที่รายล้อมอยู่ถึงเจ็ดชั้น ยิ่งรู้สึกทึ่ง เพราะไม่เหมือนกับเจดีย์องค์ไหนๆ ในพม่าที่เคยเห็นมาเลย

สีขาวของพระเจดีย์ก็ทำให้แปลกตาและดูโดดเด่น เพราะเจดีย์เกือบร้อยเปอเซนต์ในพม่า มักจะทาสีทอง แต่องค์นี้เป็นสีขาวบริสุทธิ์ สงบสง่า ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง

ครั้นเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าจากสีคำ น้องไกด์สาว ยิ่งทำให้รู้สึกทึ่งถึงประวัติความเป็นมา จนต้องกลับมาค้นเรื่องราวต่อ จึงได้รู้ว่าเจดีย์แห่งนี้ ได้ชื่อว่า เป็น ‘ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิระวดี’ เหตุเพราะพระเจ้าบาจีดอว์ หรือ ที่คนไทยออกพระนามว่าพระเจ้าจักกายแมง (แผลงยังไงก็ไม่รู้ ถึงเพี้ยนมาได้ไกลขนาดนี้) สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับพระนางสินพยุเหม่ มเหสีคู่ทุกข์คู่ยากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ กันมาเยอะมาก แต่กลับบุญน้อยสิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์เพียงไม่กี่ปี ทำให้พระองค์เสียพระทัยมาก

พระเจ้าบาจีดอว์ ทรงออกแบบพระมหาเจดีย์แห่งนี้ด้วยพระองค์เอง และยังเล่ากันว่าพระองค์ไปคุมก่อสร้างด้วยพระองค์เองอีกด้วย

และด้วยเหตุที่สินพยุเหม่แปลว่านางพญาช้างเผือก เจดีย์แห่งนี้จึงเป็นสีขาวบริสุทธิ์

ทรงออกแบบให้เจดีย์มีกำแพงคลื่นน้ำรายรอบถึงเจ็ดชั้น หมายถึงเขาสัตตมหาบริภัณฑ์และทะเลทั้งเจ็ด ซึ่งห้อมล้อมพระเจดีย์ที่เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุไว้ตรงกลาง บนยอดเจดีย์มีพระพุทธรูปหยก และพระบรมอัฐิของพระนางสินพยุเหม่อยู่ด้วย

กำแพงรอบพระเจดีย์ที่มีลักษณะเป็นเกลียวคลื่น ก่อให้เกิดจินตนาการถึงเรื่องการเดินทางข้ามกาลเวลา ผมคิดอยากเขียนนวนิยายที่เป็นTime Travel ที่นางเอกเป็นคนไทยเชื้อสายโยเดีย ได้มีโอกาสเดินทางย้อนกาลเวลากลับไปพบบรรพบุรุษที่ถูกกวาดต้อนมาตอนกรุงแตก

และถ้าจะเกิดการเดินทางข้ามกาลเวลาจริงๆ ก็อยากให้เกิดขึ้นที่นี่เพราะจากบทความที่ผมได้อ่าน ตอนก่อสร้างพระเจดีย์แห่งนี้ พระเจ้าบาจีดอว์เกณฑ์เอาแรงงานจากสะกายและมัณฑะเลย์มามากมายหลายร้อยชีวิต หนึ่งในนั้นน่าจะมีคนโยเดียอยู่ด้วย เพราะมีหลักฐานว่าไม่ไกลจากพระเจดีย์แห่งนี้ มีหมู่บ้านของชาวโยเดียตั้งอยู่

ในวันนั้น คิดเอาไว้เพียงเท่านี้ ผมยังไม่มีรายละเอียดในพล็อตที่จะเขียน

พอได้เดินทางมามัณฑะเลย์และสะกายอีก ภาพของนวนิยายก็ชัดเจนขึ้นผมตั้งชื่อว่าเกลียวกระซิบ เพราะกำแพงรอบพระเจดีย์ที่มีลักษณะคล้ายเกลียวคลื่น และในทางฟิสิกส์ เวลาก็มีลักษณะเป็นคลื่น เช่นเดียวกัน

หลังจากเริ่มเขียนเกลียวกระซิบไปได้ราวสิบบท พวกเราก็ตัดสินใจเปิดเว็บอ่านเอาขึ้น ดังนั้น เกลียวกระซิบจึงเป็นนวนิยายเรื่องแรกของผมที่นำมาลงในอ่านเอาให้ได้อ่านกัน เมื่อจบบริบูรณ์ก็ได้รับการรวมเล่มโดยสำนักพิมพ์กรู๊ฟ พับลิชชิ่งครับ

หน้าร้านหายากแล้ว แต่หนังสือยังพอมีอยู่ ใครที่สนใจก็สามารถสั่งตรงได้จากสำนักพิมพ์ได้เลยครับ

เกลียวกระซิบอาจไม่ใช่นวนิยายเรื่องยิ่งใหญ่ขนาดมหากาพย์ แต่เป็นนวนิยายที่ผมเขียนด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะตั้งแต่เด็กมาแล้วที่ผมพยายามหาคำตอบว่าหลังจากกรุงแตก คนอยุธยาที่ถูกกวาดต้อนไปพม่า อยู่กันอย่างไร อยู่ที่ไหน โดยเฉพาะสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎ รวมถึงพระบรมวงศ์พระองค์อื่นๆ อยู่กันที่ไหนอย่างไร

คำตอบมีอยู่ในเกลียวกระซิบเรื่องนี้แล้วครับ...