ที่มาของ 'นิรันดร' รวมเรื่องสั้นแนวลึกลับจาก 'พงศกร'

23 มกราคม 2565

ผมเป็นคนที่เขียนเรื่องสั้นเอาไว้น้อยมาก


เหตุเพราะพอคิดพล็อตได้แล้ว มักจะเกิดความเสียดาย เสียดายเพราะพล็อตเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องสามารถขยายไปทำเป็นนวนิยายยาวได้อย่างสบายๆ แต่บางครั้งนึกสนุก ก็หักห้ามความเสียดาย หยิบเอาพล็อตที่มีมาเขียนเป็นเรื่องสั้นๆเอาไว้บ้าง มีไม่มากนัก ซึ่งทางกรู๊ฟ พับลิชชิ่ง ได้รวบรวมเอาไว้เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นชื่อ ‘นิรันดร’


ใน ‘นิรันดร’ มีเรื่องสั้นที่ผมเขียนเอาไว้ต่างกรรม ต่างวาระจำนวนทั้งหมด ๑๑ เรื่องครับ แต่ละเรื่องมีที่มาและแรงบันดาลใจต่างๆ กัน ผมไม่เคยเล่าที่มาที่ไปของแต่ละเรื่องให้ฟังกันมาก่อน วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังกันครับ

๑. **ฆาตกรรมจำไม่ได้

**เรื่องนี้ผมลงมือเขียน เพราะชอบในแนวคิดเรื่องที่ว่าปลาทองนั้นความจำสั้น น้องปลาทองมักจะจำอะไรไม่ได้นานนัก ก็เลยมานั่งนึกเล่นๆ ว่า เออ...ถ้าเกิดฆาตกรรมห้องปิดตายขึ้น แล้วปลาทองคือพยานเดียวที่อยู่ในเหตุการณ์ แล้วน้องปลาจะช่วยคลี่คลายคดีได้หรือเปล่า จะช่วยยังไง ในเมื่อมันจำอะไรได้ไม่กี่นาทีแล้วก็ลืม


เรื่องนี้ผมดึงมาม่อน ลูกของมาเลศมาเปิดตัวเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้อ่านจะชอบมากๆ จนเกิดซีรี่ส์ลูกๆ ของมาเลศ (ซีรีส์ ฆาตกรรมอลเวง มีเรื่องแรกคือ นักสืบลายคราม) ตามมาภายหลังครับ

๒. **Interview with her

**เรื่องสั้นนี้เกิดเพราะตัวผมอยากเล่าอะไรที่สยองๆ หักมุมๆ หน่อย  ผมชอบอ่านเรื่องสั้นของอัลเฟรด ฮิทซ์ค็อกส์ ชอบแนวแดนสนธยาอะไรทำนองนั้น เลยอยากลองเขียนดูบ้างครับ ทำงานยากมาก เพราะต้องมานั่งคิด นั่งวางโครงเรื่อง สำหรับเรื่องนี้เล่ามากไม่ได้ เล่าแล้วเดี๋ยวคนอ่านจะอ่านไม่สนุก

๓. **นิรันดร

**เขียนเรื่องนี้เพราะนึกว่า...เออ...คนเรานี่ บางคนก็อยากมีชีวิตที่เป็นอมตะเนอะ ที่จริงแล้วถ้าเขาได้เป็นอมตะ ไม่ตาย มันจะดีจริงๆหรือ เลยลองเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ใช้ฉากหลังเป็นเทวาลัยเขมร เพื่อให้ดูน่ากลัวๆหน่อย


นิรันดรลงเผยแพร่ในนิตยสารหญิงไทยครับ ตอนได้ลงพิมพ์ ผมดีใจมากๆ เพราะเป็นผลงานที่เกิดขึ้นหลังจากเรียนแพทย์ ที่เรียนหนักมากมาหลายปี จนช่วงนั้นผมต้องหยุดเขียนงานไป นิรันดรคือการกลับมาเขียนงานอย่างจริงจังอีกครั้ง ก่อนจะลงมือเขียนเบื้องบรรพ์ และทะเลราตรีครับ

๔. **ผู้ไร้ร่าง

**เรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะวันหนึ่ง ผมนั่งคิดนั่นนี่เล่นๆ เป็นแนวคิดที่ต่อเนื่องมาจากนิรันดรครับ คิดเล่นๆ ว่านอกจากคนเราอยากเป็นอมตะแล้ว และถ้าคนเราล่องหนได้ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุ ต้องล่องหนไปตลอดล่ะ...มันยังจะดีอยู่หรือเปล่านะ เรื่องการล่องหนหายตัวนี่ ผมหยิบมาใช้อีกครั้งใน ‘พรางพัสตรา’ แต่สำหรับผู้ไร้ร่างนี้ เป็นการล่องหนคนละแบบกับคุณหมอลดานิดาครับ  เป็นอย่างไร ต้องลองอ่านกันดู

๕. **กีฏกรรม

**ตอนเขียนกีฏกรรม เป็นช่วงเดียวกับที่ผมเขียน ‘ฤดูดาว’ พอดี และถ้าใครได้อ่านฤดูดาว ก็จะเห็นว่า Key Message ที่ผมอยากสื่อสารกับคนอ่านคือเรื่อง GMO เรื่องการตัดต่อพันธุกรรมพืช

ที่จริง เรื่องของการตัดต่อพันธุกรรมพืชก็ว่าน่าสนใจแล้ว แต่การตัดต่อพันธุกรรมสัตว์ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เลยลองเอามาคิดต่อยอดจนเกิดเป็นกีฏกรรมเรื่องนี้ครับ จินตนาการไปว่า ถ้านักวิทยาศาสตร์ตัดต่อพันธุกรรมแมลง แล้วเกิดมีคนเอาแมลงพวกนั้นมาทอดขาย มันจะอร่อยมากแค่ไหนกันนะ..นั่นสิครับ มันจะอร่อยหรือเปล่านะเนี่ย


๖ **เด็กชายสบายดี

**เรื่องนี้ผมเขียนเพราะเห็นครอบครัวในยุคปัจจุบันมีการเลี้ยงดูเด็กๆ ที่แตกต่าง ไม่เหมือนยุคสามสิบสี่สิบปีก่อนที่เด็กโตมากับปู่ย่าตายาย การเล่นสนุก การมีสังคมกับเพื่อนๆ

การปล่อยลูกเอาไว้กับสื่อออนไลน์ และคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ อาจส่งผลยิ่งใหญ่จนนึกไม่ถึง และที่ผู้ใหญ่ว่าเด็กยุคใหม่มีพฤติกรรมแปลกๆ พูดจาไม่มีสมมาคารวะ ก้าวร้าว

ที่จริงผมว่าต้องกลับมามองตัวเองด้วยนะครับว่า แล้วเราเลี้ยงลูกหลานมาอย่างไรกันล่ะ เขาถึงโตมาแบบนี้ 

บางทีเรื่องสั้นเรื่องนี้อาจจะเป็นคำตอบก็ได้นะครับ ใครจะรู้

๗. **นางงามจักรวาลคนที่สาม

**หลายปีมาแล้วที่คนไทยรอมงสาม รอแล้วรอเล่า ไม่รู้จะรอไปอีกนานแค่ไหน

แต่ถ้ามันมีวิธีล่ะ

วิธีนี้อาจจะทำให้คนไทยได้มีมงสามสมการรอคอยเสียที

วิธีอะไร ก็ต้องไปอ่านนะครับ

๘. **รอยนิมิต

**เรื่องสั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะได้อ่าน ‘Only love is real’ หรือเราจะข้ามเวลามาพบกัน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการกลับชาติมาเกิด ทว่าเป็นเรื่องของคนสองคนที่มักจะฝันเรื่องเดียวกัน และเห็นเหตุการณ์ในฝันนั้น ในคนละมุมมอง  ลองเขียนเพราะอยากเขียนอะไรเก๋ๆ กับเขาบ้างอะครับ

๙. **สิงโตหิน

**ผมชอบเรื่องนี้นะ

สมัยเด็กๆ ผมเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า วัดแถวบ้านผมมี ‘พระกินเด็ก’

ไม่ใช่พระตัวเป็นๆ แต่เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่

เหตุการณ์คือมีเด็กในหมู่บ้านหายตัวไป แล้วไม่นานต่อมาก็มีคนพบศพเด็ก พร้อมๆกับที่มีคราบเลือดติดอยู่ที่ริมฝีปากของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เล่นเอาผมกลัวพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆไปพักนึงเลย ไม่ใช่แต่ผมเท่านั้นที่กลัว แต่เด็กๆ ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็พากันกลัวไปกันหมด เลิกเรียนก็ไม่กล้าออกไปเล่นที่ไหน รีบกลับบ้าน กลางคืนก็รีบเข้านอน เป็นอย่างนี้อยู่พักใหญ่เลย จนเรื่องค่อยๆ ซาไป

พอถามเพื่อนๆ ถามลุงถามป้า เอาเข้าจริงไม่มีใครเคยเห็นคราบเลือดที่ปากของพระพุทธรูปด้วยตาตัวเองสักคน ทุกคนฟังคำบอกเล่ากันต่อๆ มา และเรื่องที่เล่ากันต่อๆ มาก็อาจจะผิดเพี้ยนไปได้ เหมือนเรื่องเล่าเรื่องวันปิดเทอม แล้วมีเด็กถูกขังในห้องน้ำจนตายนั้นละครับ จนบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าโรงเรียนอะไร มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า

แต่ฟังแล้วก็เชื่อกันไปก่อน ก็เลยหยิบเอามาเขียนเป็นสิงโตหินนี่ละครับ

๑๐. **บนทางเปลี่ยว

**เขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ เพราะเคยดูหนังฝรั่งเรื่องที่มีคนขับรถหลงทางแล้วไปพบสถานที่บางอย่างที่ไม่เคยมีในแผนที่ ก็เลยอยากเขียนอะไรสยองๆทำนองนั้นบ้างครับ

พล็อตไม่มีอะไรมากเลย แต่ชอบบรรยากาศที่ตัวเองบรรยายในเรื่อง ที่ดูแล้วมันน่ากลัว มาอ่านเองตอนนี้ก็ยังรู้สึกขนลุกขนพอง

๑๑. **ยังไม่สิ้นแสงอรุณ

**จะเป็นยังไง ถ้าเรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้

เราจะยังทำแบบเดิมๆไ หม เราจะแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้นไหม 

เราจะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ถูกต้องไหม แม้ว่าการกระทำแบบนั้น อาจจะทำให้เราต้องเสียใจไปตลอดกาล

นี่คือคอนเสปต์หลักของเรื่องสั้นขนาดยาวเรื่องนี้เลยครับ

เป็นเรื่องที่ผมรักมาก และเขียนด้วยความซาบซึ้งมากๆครับ

ทั้งหมดนี้คือเรื่องสั้นที่รวมอยู่ใน ‘นิรันดร’ 

โดยจะซื้ออ่านรวดเดียวในหนังสือและอีบุ๊กชื่อ ‘นิรันดร (รวมเรื่องสั้นแนวลึกลับ)’ 

หรือจะซื้ออ่านเป็นตอนๆ ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษก็ได้ครับ

พงศกร


ภาพปก 11 ภาพ เป็นภาพสำหรับเวอร์ชั่นอีบุ๊กและหนังสือเสียงนะครับ โดยทั้ง 11 เรื่องจะวางจำหน่ายทีละเรื่องที่ Meb 

แต่ถ้าใครชอบอ่านแบบรวมเล่มในรูปแบบหนังสือ สามารถกดสั่งซื้อที่ภาพด้านล่างนี้ได้เลยครับ