"นิยายทุกเรื่องก็เหมือนลูกของเรา"...มาทำความรู้จักลูกๆ ของ #พงศกร กันครับ

2 กุมภาพันธ์ 2565
เวลาเขียนหนังสือมานานๆ ผมมักจะถูกถามอยู่เสมอว่า ชอบนวนิยายเรื่องไหนที่ตัวเองเขียนมากที่สุดและผมก็มักจะตอบว่า... รักทุกเรื่อง 



เอ้า…เป็นเรื่องจริงนะครับ เวลาเราจะเขียนหนังสือสักเรื่อง ก็ต้องรักเรื่องที่จะเขียนเสียก่อน ถ้าไม่รักก็คงเขียนไม่ได้

นวนิยายทุกเรื่องก็เหมือนลูกของเรา


ถ้าลองถามคนมีลูกหลายๆ คน ว่ารักลูกคนไหนที่สุด ผมเชื่อว่าพ่อแม่เกือบทุกคนก็คงตอบยาก เลือกยาก เพราะลูกของเรา เราก็รักทุกคนนั่นแหล่ะ อาจจะรักมากรักน้อยต่างกัน แต่เราก็รักของเรา

ถึงวันนี้ผมเขียนนวนิยายไปแล้วห้าสิบกว่าเรื่อง แต่ละเรื่องก็มีความดีเด่น มีความเก่งต่างกัน และผมก็รักงานของตัวเองทุกเรื่อง

สร้อยแสงจันทร์ คือลูกที่พาป๊าเข้าสู่แวดวงบันเทิง เพราะนางคือลูกคนแรกที่ได้ไปเป็นละคร

รอยไหมนี่เป็นลูกคนเก่ง คว้ารางวัลให้ป๊าหลายรางวัล แถมเป็นละครในความทรงจำของใครหลายคน

ฤดูดาวนี่ก็เป็นลูกสาวสายเก่งเหมือนรอยไหม ได้รางวัลมามากมายไม่แพ้กัน แถมนางยังเป็นลูกสาวสายอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย

ส่วนลูกสาวคนเปรี้ยวจนเข็ดฟัน คือสามสาว มาดามดัน - นางร้ายรายปักษ์ - ไฮโซโอ้ลัลล้า ที่แต่ละนางฟาดฟันกันชนิดไม่มีใครยอมแพ้ใคร

ส่วนลูกนักผจญภัย รักป่ารักเขานี่คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนครไอยรา - คชาปุระ

ลูกสาวแดนอาทิตย์อุทัย สายเทพปกรณัม นี่ก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากกลกิโมโน ลูกสาวคนนี้สร้างปรากฏการณ์หลายๆ อย่าง มีคนทาบทามไปเป็นละคร ตั้งแต่ป๊าเขียนได้ไม่กี่บท

กำไลมาศ นี่เป็นลูกอาภัพ
ตอนเป็นนวนิยายนี่ถูกอกถูกใจผู้คนไปทั้งเมือง แต่ไปเป็นละครโดนจับแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมใหม่ จนคนดูพากันส่ายหน้า ป๊าสงสารลูกคนนี้จับใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากปลอบใจเธอให้หายเศร้า

ลูกสาวสายร่าเริง หัวเราะเอิ๊กอ๊าก มองโลกใสๆ ก็คงเป็นพวกเธอที่มาจากโคกอีเลิ้ง ทั้งโคกอีเลิ้งหรรษา และโคกอีเลิ้งเริงร่า ถึงจะเป็นสาวบ้านๆ แต่คนอ่านเอ็นดู๊ เอ็นดู

ลูกสาวสายโคนัน ยอดนักสืบ ช่างสังเกต และแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่ใช่ลายกินรี ลายเหมราช ลายราชสีห์ เปลวกนก ฉัตรกนก เชิญกนก จะเป็นใครไปได้

เห็นไหมครับ
นี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง
ให้เล่าถึงลูกๆ แต่ละเรื่องนี่ ผมสามารถเล่าได้ไม่รู้จบ

มาวันนี้ ถึงเวลาของลูกสาวคนสวยอีกคนแล้วละครับ
‘สิเน่หาส่าหรี’ เป็นลูกสาวที่คนอ่านรักมาก ชื่นชอบมากๆ ดังสุดในซีรี่ส์ผ้าไม่แพ้พี่สาวสาปภูษาและรอยไหม

แต่ตัวเธอมีชะตากรรมที่ระหกระเหินมาก เริ่มตั้งแต่เกือบไม่ได้ลงเผยแพร่ในนิตยสาร เพราะเขาหาว่าเธอเล่าถึงอินเดียในแง่มุมไม่งดงาม พูดถึงขอทาน พูดถึงวรรณะ แต่ป๊าก็บอกกับเธอว่า พูดเถอะลูก เพราะสิ่งที่ลูกพูดคือ fact ไม่ได้คิดกล่าวหาขึ้นมาเอง จงเป็นตัวของตัวเอง...จงพูดกับโลกใบนี้ในแบบที่ลูกอยากพูด

กว่าเธอจะเป็นละคร เธอรอเวลานานหลายปี เคยมีคนทาบทามเธอ แต่รอแล้วรอเก้อ สุดท้ายก็กลายเป็นม่ายขันหมาก

ป๊าบอกกับเธอว่า จงรอ เพราะการรอคอยเป็นความงดงามของชีวิต 
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ถึงจังหวะที่ใช่ หนูจะเจอคนที่ใช่
แล้วถึงวันนี้ สิเน่หาส่าหรีก็ได้เจอคนที่ใช่สำหรับเธอแล้ว

สิเน่หาส่าหรี ได้มาอยู่กับคนที่รักเธอแล้ว ทั้งช่อง ผู้กำกับ ผู้เขียนบท นักแสดงที่สวมบทบาททุกคน เลยไปถึงเพลงประกอบละครที่ติดหูตั้งแต่วันแรก

๒ กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญของลูกสาวของผมคนนี้
ถึงเวลาที่เธอฉายแสงแห่งความงามให้คนได้เห็นเสียที หลังจากรอคอยมานานปี

ผมขอฝากสิเน่หาส่าหรี ในรูปแบบละคร ไว้กับทุกคนด้วยนะครับ 
หลังข่าว กดไปที่ช่องวัน 31

สั่งซื้อ กดที่ภาพ